บริการงานทะเบียนราษฎร์

บริการงานทะเบียนราษฎร์

  • งานบัตรประจำตัวประชาชน
  • การแจ้งย้ายที่อยู่
  • การแจ้งเกิด/แจ้งตาย

งานบัตรประจำตัวประชาชน
    คุณสมบัติของบุคคลที่ต้องทำบัตร
– มีสัญชาติไทย
– มีอายุตั้งแต่ 7 ปีแต่ไม่เกิน 70 ปี
– ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน
– สำหรับผู้ที่มีอายุเกิน 70 ปีและผู้ได้รับการยกเว้น จะขอมีบัตรประจำตัวประชาชนก็ได้

1.การขอมีบัตรครั้งแรก ผู้มีสัญชาติไทยซึ่งมีอายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์
 หลักฐาน
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
– สูติบัตรหรือหลักฐานเอกสารอื่นที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ใบสุทธิ สำเนาทะเบียนนักเรียน เป็นต้น
– หากไม่มีหลักฐานข้างต้น ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ      ไปให้การรับรองด้วย
– กรณีบิดาและมารดาเป็นบุคคลต่างด้าว ให้นำใบสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าวของบิดาและมารดามาแสดง ถ้าบิดาหรือมารดาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึงแก่กรรมให้นำใบสำคัญประจำตัวบุคคลต่างด้าวของผู้ยังมีชีวิตอยู่และมรณบัตรของคนตาย หากบิดามารดาถึงแก่ความตายหมดให้นำใบมรณบัตรไปแสดงด้วย

2.กรณีบัตรเดิมหมดอายุ ให้ทำบัตรใหม่ก่อนหรือหลังบัตรหมดอายุ ภายใน 60 วัน
หลักฐาน
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่หมดอายุ

3.กรณีบัตรหาย
หลักฐาน
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
– กรณีบัตรเดิมทำที่สำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลเมืองบ้านพรุ มาติดต่อได้เลย
– กรณีบัตรเดิมทำที่ท้องถิ่นอื่นนำหลักฐานเอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่และเป็นเอกสาร  ที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี) เช่น ใบอนุญาตขับรถ ใบสุทธิ สำเนาทะเบียนนักเรียน หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
– หากไม่มีหลักฐานข้างต้น ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือไปให้การรับรอง

4.กรณีเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อสกุล
 หลักฐาน
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ต้องการเปลี่ยน
– หลักฐานการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล แล้วแต่กรณี

5.กรณีบัตรชำรุดในสาระสำคัญ
 หลักฐาน
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
–  บัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ชำรุดหรือถูกทำลาย
– หลักฐานเอกสารที่มีรูปถ่ายของผู้ขอมีบัตรใหม่และเป็นเอกสารที่ทางราชการออกให้อย่างใดอย่างหนึ่ง (ถ้ามี) เช่น ใบอนุญาตขับรถ ใบสุทธิ สำเนาทะเบียนนักเรียน หรือหนังสือเดินทาง เป็นต้น
– หากไม่มีหลักฐานข้างต้น ให้นำเจ้าบ้านหรือบุคคลผู้น่าเชื่อถือ ไปให้การรับรอง

6.กรณีผู้ถือบัตรย้ายที่อยู่
 หลักฐาน
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชนเดิม


การแจ้งย้ายที่อยู่

การแจ้งย้ายที่อยู่ ภายในสิบห้าวันนับแต่ย้ายออก/ย้ายเข้า

1.การแจ้งย้ายเข้า
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
– บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้านและหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีแจ้งแทน)
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้าย
– สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
– ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ซึ่งเจ้าบ้านลงนามยินยอมให้ย้ายเข้าแล้ว

2.การแจ้งย้ายออก
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
– บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้าน
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ที่ได้รับมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีแจ้งแทน)
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ย้าย
– สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน)
– ใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ตามแบบ ท.ร.6 ตอนหน้า

3.การแจ้งย้ายปลายทาง
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
– สำเนาทะเบียนบ้าน (ฉบับเจ้าบ้าน) ของบ้านที่จะย้ายเข้า
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้งย้ายหรือบัตรประจำตัวผู้ได้รับมอบหมายและ หนังสือมอบหมายจากผู้มีหน้าที่แจ้งแทน
– บัตรประจำตัวเจ้าบ้านที่จะย้ายเข้าอยู่ใหม่พร้อมหนังสือแสดงความยินยอมของเจ้าบ้าน ที่อนุญาตให้ย้ายเข้า

4.การแจ้งย้ายออกและย้ายเข้าในเขตสำนักทะเบียนเดียวกัน
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
– บัตรประจำตัวผู้แจ้งและเจ้าบ้านผู้ยินยอมให้ย้ายเข้า
– บัตรประจำตัวผู้ได้รับมอบหมายและหนังสือมอบหมายจากเจ้าบ้าน (กรณีมอบหมายให้ แจ้งแทน)
– บัตรประจำตัวของผู้ย้ายที่อยู่ (ถ้ามี)
– สำเนามะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะแจ้งออก และฉบับที่จะแจ้งย้ายกับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน
– ใบรับแจ้งการย้ายที่อยู่ตามแบบ ท.ร.6. ตอนหน้า (กรณีแจ้งย้ายกับกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน)


การแจ้งเกิด/แจ้งตาย

1. การแจ้งเกิด ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเกิด
 เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านที่จะเพิ่มชื่อเด็กที่เกิด
– บัตรประจำตัวประชาชนผู้แจ้งและบัตรประจำตัวของบิดามารดา (ถ้ามี)
– หนังสือรับรองการเกิดจากโรงพยาบาล (ถ้ามี)
2. การแจ้งตาย แจ้งต่อนายทะเบียน ท้องที่ที่มีคนตายภายใน 24 ชั่วโมง นับแต่เวลาตาย
เอกสารที่ใช้ในการติดต่อ
– บัตรประจำตัวประชาชนของผู้แจ้ง
– สำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน หรือ บัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย
– หนังสือรับรองการตายจากสถานพยาบาล หรือบันทึกประจำวันจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ